การขอวีซ่า ประเภทท่องเที่ยว เพื่อเข้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (คัดลอกมาจากเว็บไซท์ของ Swiss Embassy)
ผู้มีความประสงค์จะยื่นขอวีซ่า ต้องโทรเพื่อทำการนัดที่เบอร์ 1900 222 340 (นาทีละ 9 บาท) วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00-20.00 น.(พย-กพ 8.00-17.00) เว้นวันหยุดราชการ โดยในวันนัดผู้ขอต้องยื่นหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วยตนเอง
- แบบคำร้องที่กรอกและลงลายมือชื่อโดยสมบูรณ์โดยผู้ยื่นคำร้อง
- สำหรับเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี ให้พ่อแม่ยื่นแบบคำร้องได้โดยตัวเด็กไม่ต้องมา การกรอกคำร้องของเด็ก ให้กรอกเหมือนของผู้ใหญ่ แต่ช่องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ให้ใส่ Parents และให้เซ็นต์ชื่อทั้งพ่อและแม่ หากพ่อหรือแม่เดินทางไปกับลูกแค่คนเดียว ต้องมีหนังสือยินยอมของพ่อหรือแม่คนที่ไม่ได้เดินทางไปด้วย โดยหนังสือนี้ต้องไปทำที่ว่าการอำเภอ
- รูปถ่ายปัจจุบันขนาด 2 นิ้ว 1 ใบ (ฉากหลังสีขาวเท่านั้น)
- หนังสือเดินทาง ซึ่งหลังจากเยือนสวิสฯแล้วยังต้องมีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 3 เดือน และ สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ฉบับ
- หลักฐานใบจองตั๋วเครื่องบิน ระบุวันเดินทางไปและกลับ (**ห้ามซื้อตั๋วก่อนได้รับวีซ่า**)
- ต้นฉบับหนังสือรับรองการทำงานของผู้ยื่นคำร้อง (สำหรับนักเรียน นักศึกษา : หลักฐานแสดงการศึกษา เช่น หนังสือรับรองสถานภาพนักเรียน นักศึกษา)
- หลักฐานการเงินของผู้ยื่นคำร้องซึ่งแสดงว่าสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในระหว่างการพำนัก
ในสวิสเซอร์แลนด์ได้ คือ สมุดคู่ฝากเงินธนาคารของผู้ยื่นคำร้องอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปพร้อมสำเนา
- ประกันการเดินทาง ซึ่งขอให้เช็คจากไฟล์นะคะ ในนั้นจะเป็นรายชื่อบริษัทประกันทั้งหมดที่ทางสถานทูตรับรอง และมีวงเงิน 1.5 ล้านขึ้นไป ซึ่งต้องเป็นประกันที่คุ้มครองทั้งทวีปยุโรป ไม่ใช่แค่สวิสอย่างเดียว
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,900 บาท รับเฉพาะเงินสดเท่านั้นต้องเตรียมเงินไปให้พอดี (** ราคาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดโทรเช็ค **)
- สถานฑูตสวิสฯ ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ ใกล้กับทางฝั่งของแยกเพชรบุรีค่ะ มาทางรถไฟฟ้าก็ลงสถานี เพลินจิต แล้วเดินขึ้นมาทางแยกถนนเพชรบุรี นิดเดียวค่ะ
- โทรศัพท์ 0 2254 4596
- เวลาทำการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 11.30 (เว้นวันหยุดราชการ)
- Website : http://www.eda.admin.ch/bangkok
ตัวอย่างการกรอกวีซ่า - แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า - รายชื่อบริษัทประกัน Download ที่นี่ (update 15.122011)
click -> ไฟล์ visa2012.zip ขนาด 1.6 Mb
การจองตั๋วเครื่องบิน
ในครั้งแรกที่มดเริ่มทริป มดเป็นผู้จัดการตั๋วเครื่องบินให้ โดยให้สมาชิกทริปทุกท่าน บินมาพร้อมกัน สายการบินเดียวกัน ซึ่งต่อมาได้เกิดปัญหาหลายอย่าง เพราะบ้างไม่ต้องการบินสายการบินนี้ บ้างได้ลดราคาสายการบินอื่น บ้างสะสมไมล์ของสายการบินอื่น บ้างได้บินฟรีสายการบินอื่น เป็นต้นค่ะ
มดจึงตัดปัญหาให้สมาชิกหาตั๋ว เครื่องบินเอง โดยพาตัวเองมาให้ถึงสวิตเซอร์แลนด์สนามบินซูริค ในวันที่กำหนด มดก็จะไปรับได้ค่ะ ซึ่งปกติหากมีคนถามว่า สายการบินไหนดี และถูก มดก็แนะนำสายการบิน เอมิเรทส์ ซึ่งดีและถูกค่ะ แต่อาจจะต่อเครื่องนานหน่อย อย่างไรก็ดี ยังมีสายการบินอื่น ๆ อีกค่ะที่ให้บริการ บินจากกรุงเทพ มาซูริค ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปรแอร์ไลน์ / กัลฟ์แอร์ / การ์ต้าร์แอร์ / ไชน่าแอร์ ฯลฯ แต่ถ้าเป็นบินตรง จะมีอยู่ 2 สายคือ การบินไทย และ สวิสแอร์ค่ะ ยังไงลองเช็คกับทางเอเย่นขายตั๋วดูอีกทีนะคะ
การจองตั๋วนั้น ให้ดูจากระยะเวลาของทริปนะคะ เช่นถ้าคุณต้องการมาทริป 7-14 เมษา ก็แจ้งผู้ขายตั๋วว่า ต้องการตั๋วที่เดินทางมาถึงซูริควันที 7 เมษา และเดินทางกลับจากซูริควันที่ 14 เมษาค่ะ
แลกเงินไปเท่าไหร่ดี???
ถ้ากลัวว่า แลกเงินสดมาเยอะอาจจะไม่ปลอดภัย มดก็ขอแนะนำให้แลกเพียงจำนวนไม่มาก แค่พอสำหรับอาหารกลางวัน อาหารเย็น และอาจจะพอไปถึงของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือกลับบ้าน ซึ่งมดแนะนำให้แลกมาซักประมาณ 200 ฟรังซ์ก็น่าจะพอค่ะ
และถ้าต้องการความ ปลอดภัย ก็สามารถเบิกเงินสดจากตู้ A.T.M. ด้วยบัตร A.T.M.จากธนาคารของประเทศไทย ซึ่งบัตรนั้นจะต้องเป็นบัตรที่สามารถเบิกเงินในต่างประเทศได้ ยกตัวอย่างเช่น บัตรท่องโลกของธ.กสิกร / บัตร B-First ของธ.กรุงเทพ เป็นต้น ค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินแต่ละครั้งไม่สูงมาก ซึ่งควรสอบถามธนาคารที่คุณฝากเงินอยู่ (ธนาคารกสิกรคิดค่าธรรมเนียม 100 บาทต่อครั้งในการเบิกเงิน) ให้พลิกหลังบัตร A.T.M. คุณจะเห็นสัญลักษณ์ 'PLUS' ซึ่งถ้าที่ตู้ A.T.M ในประเทศสวิสหรือปารีส โชว์สัญลักษณ์นี้เช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่าคุณสามารถเบิกเงินสดสกุล สวิสฟรังซ์หรือยูโร ที่ตู้นั้นได้ค่ะ
เรื่องที่มักจะมีคำถามเข้ามาบ่อย ๆ ก็คือ ฤดูกาล
เนื่องจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์นั้น อากาศค่อนข้างจะแปรปรวน บางทีในหนึ่งเดือนก็เจอครบทั้งสามฤดูก็เป็นไปได้บ่อย การแต่งตัวที่มดมักจะแนะนำให้กับสมาชิกก็คือ ให้เตรียมการแต่งตัวแบบ "หัวหอม" คือการที่เราใส่เสื้อทับเป็นชั้น ๆ หากอากาศร้อนขึ้นมาก็ค่อย ๆ ถอดทีละชั้น ๆ เหมือนการลอกหัวหอมไงคะ
ในช่วงฤดูหนาวหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าน่าจะจัดกระเป๋ายาก และจะต้องขนเสื้อผ้ามาเยอะ เนื่องจากอากาศเย็นมาก ต้องใช้เสื้อผ้าหนา ๆ เยอะ แต่ที่จริงแล้ว ฤดูหนาวเป็นฤดูที่จัดกระเป๋าง่ายที่สุด และไม่ต้องแบกเสื้อผ้ามาเยอะด้วยค่ะ ความเป็นจริงแล้วในความหนาวเย็นนั้น ข้อดีคือ ไม่มีเหงื่อ ทำให้ใส่เสื้อผ้าซ้ำกัน สลับผลัดเปลี่ยนกันได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องขนมาเยอะไงคะ ยัง ๆ เราก็ใส่เสื้อแจ็คเก็ตตัวหนาทับอยู่ดี
มดจะลอง List รายการจำเป็นทั่ว ๆ ไปที่ควรจะเตรียมมานะคะ ข้อสำคัญเวลาจัดกระเป๋าก็คือ ถามตัวเองก่อนว่า ของที่เราจะเอาไปนั้น จำเป็นแค่ไหนนะคะ
- กระเป๋าสำหรับการเดินทาง รายวัน แบบที่เค้าเรียกว่า Daypack นะคะ จะเป็นเป้ หรือกระเป๋าสะพายก็ได้ เอาไว้เก็บหนังสือเดินทาง ตั๋ว สมุดบันทึก กล้อง อาหาร+น้ำ
- เสื้อผ้าจัดตามฤดูค่ะ
- ฤดูใบไม้ผลิ เมษายน - มิถุนายน เตรียมแจ็คเก็ตที่ไม่หนาไม่บางจนเกินไป และเสื้อผ้าสบาย ๆ ที่สามารถสวมทับกันได้ ในกรณีอากาศเย็นขึ้นมากระทันหัน
- ฤดูร้อน กรกฎาคม - กันยายน เตรียมเสื้อผ้าเหมือนที่ใส่เที่ยวเมืองไทยได้เลยค่ะ เพราะอากาศร้อนคล้าย ๆ บ้านเรา แต่ควรเช็คสภาพอากาศล่วงหน้า เพราะในบางครั้งอากาศก็แปรปรวน จนทำให้ฤดูร้อนกลายเป็นน้อง ๆ ฤดูหนาวได้ ควรเตรียมแจ็คเก็ตบาง ๆ กันลมกันฝน ไปด้วยนะคะ
- ฤดูใบไม้ร่วง ตุลาคม - พฤศจิกายน เตรียมตัวเหมือนฤดูใบไม้ผลิ แต่ควรเผื่อเสื้อผ้าอุ่น ๆ ไปด้วยสัก 2-3 ตัวค่ะ
- ฤดูหนาว ธันวาคม - มีนาคม ควรมีเสื้อแจ็คเก็ตตัวหนา ๆ สัก 1 ตัว และเสื้อไหมพรม หรือเสื้อผ้าอุ่น ๆ ไม่ต้องนำไปเยอะ เพราะใส่ซ้ำได้ ใส่ทับกันได้ และควรมีลองจอน หรือกางเกงผ้าค็อตท่อนรัดรูปเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ขาทั้งสองข้างด้วยค่ะ หมวกไหมพรมที่ดึงปิดหูได้จะดีมาก ๆ หรือจะเป็นผ้าพันคอก็ได้ค่ะ ถุงมือก็คืออีกสิ่งที่ไม่ควรลืมนะคะ
- ทุกฤดูควรเตรียม แว่นกันแดด / ครีมกันแดด / ร่ม / ถุงมือ (ในกรณีขึ้นไปเที่ยวบนเขาที่มีหิมะ)
- สมุดบันทึก / ปากกา / ถ้าไม่อยากเสียค่า Postcard เตรียมมาด้วยก็ได้ค่ะ
- กล้องถ่ายรูป , ถ้าเป็นแบบดิจิตอล ให้เตรียม Memory Card แบบที่มีความจุสูง ๆ ยิ่ง 8Gb ได้ก็จะยิ่งดีค่ะ
- ปลั๊กไฟจากบ้านเรา ใช้ได้นะคะแต่ต้องเป็นแบบขากลมเท่านั้น
- ยารักษาโรคประจำตัว ยาดม ยาแก้ปวดเมื่อย ยาแก้ปวดหัว
- ของใช้ส่วนตัวพวกสบู่ ยาสีฟัน ฯลฯ (ที่บ้านมดมีผ้าเช็ดตัวและไดร์เป่าผมให้ค่ะ )
- รองเท้าเป็นรองเท้าที่ใส่ สบาย เพราะต้องเดินเยอะ เป็นรองเท้าผ้าใบก็ได้ หรือจะเตรียมมา 2 คู่ เป็นรองเท้าผ้าใบ 1 คู่ ลำลองอีก 1 คู่ (อย่าลืมถุงเท้านะคะ เตรียมมาพอดีวันเลยค่ะ) ไม่ควรเป็นรองเท้าใหม่ เพราะจะไม่คุ้นและอาจจะกัดได้ค่ะ
- ใครที่ติดกาแฟ แต่ไม่อยากซื้อกิน เตรียมขวดที่เก็บความร้อนมาด้วยก็ได้ค่ะ จะได้พกติดตัวมีกาแฟกินตลอดทาง
- นาฬิกาข้อมือ สำคัญนะคะ เพราะมีบางช่วงที่อาจจะแยกย้ายกันชมเมือง แล้วต้องนัดเวลากัน หากพลาดอาจตกรถไฟได้ค่ะ
- ขวดน้ำเปล่าจากเมืองไทย คือที่สวิสเราสามารถหาน้ำเติมจากก๊อกน้ำสาธารณะได้ทั่วไปค่ะ ประหยัดเรื่องน้ำไปได้เรื่องนึงเลยนะคะ
|