เกี่ยวกับ Mod-x

ลักษณะทริป

ทริปสวิตเซอร์แลนด์
ทริป สวิส + ปารีส
ตารางทริป / จองทริป
การเตรียมตัว
ภาพทริปที่ผ่านๆ มา
คำถามที่ถูกถามบ่อย
กระดานสอบถาม
ติดต่อ Mod-x


 


เนื่องจากปีนี้มดจัด 2 ทริปด้วยกันคือ ทริปสวิสเซอร์แลนด์ 8 วัน และ ทริปสวิส+ปารีส สำหรับทริปสวิสเซอร์แลนด์ 8 วันนั้นก็ไม่มีปัญหาค่ะ ไปขอวีซ่าที่สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ได้เลย ส่วนผู้ที่ต้องการไปทริป สวิส+ปารีสนั้น ให้ไปขอวีซ่าที่สถานทูตฝรั่งเศสค่ะ


การขอวีซ่า ประเภทท่องเที่ยว เพื่อเข้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (คัดลอกมาจากเว็บไซท์ของ Swiss Embassy)

ผู้มีความประสงค์จะยื่นขอวีซ่า ต้องโทรเพื่อทำการนัดที่เบอร์ 1900 222 340 (นาทีละ 9 บาท) วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00-20.00 น.(พย-กพ 8.00-17.00) เว้นวันหยุดราชการ โดยในวันนัดผู้ขอต้องยื่นหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วยตนเอง

  • แบบคำร้องที่กรอกและลงลายมือชื่อโดยสมบูรณ์โดยผู้ยื่นคำร้อง
  • รูปถ่ายปัจจุบันขนาด 2 นิ้ว 1 ใบ
  • หนังสือเดินทาง ซึ่งหลังจากเยือนสวิสฯแล้วยังต้องมีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 3 เดือน
  • สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ฉบับ
  • หลักฐานสำรองเที่ยวบิน ระบุวันเดินทางไปและกลับ (**ห้ามซื้อตั๋วก่อนได้รับวีซ่า**)
  • ต้นฉบับหนังสือรับรองการทำงานของผู้ยื่นคำร้อง (สำหรับนักเรียน นักศึกษา : หลักฐานแสดงการศึกษา เช่น หนังสือรับรองสถานภาพนักเรียน นักศึกษา)
  • หลักฐานการเงินของผู้ยื่นคำร้องซึ่งแสดงว่าสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในระหว่างการพำนัก
    ในสวิสเซอร์แลนด์ได้ คือ สมุดคู่ฝากเงินธนาคารของผู้ยื่นคำร้องอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปพร้อมสำเนา
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า 1,700 บาท (เด็ก-ผู้ใหญ่ ราคาเท่ากัน) (** ราคาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดโทรเช็ค **)
  • การกรอกคำร้อง ที่สถานฑูตจะมีตัวอย่างอธิบายคำร้อง พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำค่ะ
  • สถานฑูตสวิสฯ ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ ใกล้กับทางฝั่งของแยกเพชรบุรีค่ะ มาทางรถไฟฟ้าก็ลงสถานี เพลินจิต แล้วเดินขึ้นมาทางแยกถนนเพชรบุรี นิดเดียวค่ะ
  • โทรศัพท์ 0 2254 4596
  • เวลาทำการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 11.30 (เว้นวันหยุดราชการ)
  • Website : http://www.eda.admin.ch/bangkok_emb/t/home/visa.html

 

การขอวีซ่า ประเภทท่องเที่ยว (วีซ่าระยะสั้น) เพื่อเข้าประเทศฝรั่งเศส (เช็งเก็นวีซ่า)

ประเทศฝรั่งเศส เป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มเช็งเก็นวีซ่าค่ะ ซึ่งวีซ่าที่เรียกว่า "เช็งเก็น" นี้หมายความว่า ผู้ที่ถือวีซ่า "เช็งเก็น" นั้นสามารถเข้าออกประเทศที่อยู่ในกลุ่มได้ ซึ่ง ยังอนุโลมให้เข้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเช็งเก็น) ได้ไม่เกิน 90 วันอีกด้วย ดังนั้น ผู้ที่ต้องการไปทริป สวิส + ฝรั่งเศส ให้ไปขอวีซ่าเช็งเก็นที่สถานทูตฝรั่งเศส เป็นเวลา 8 วัน ก็สามารถใช้เข้าประเทศสวิสได้ค่ะ

ระเบียบการขอวีซ่าประเภทท่องเที่ยว (วีซ่าระยะสั้น) (คัดลอกมาจากเว็บไซท์ของ France Embassy)

ท่านจะต้องแนบหลักฐานทั้งหมดที่ได้ระบุไว้ด้านล่างนี้พร้อมกับแบบคำร้องขอวีซ่า ท่านจะต้องแนบสำเนาเอกสารต่างๆ ดังที่ระบุข้างล่างนี้ พร้อมด้วยต้นฉบับของเอกสารนั้น ๆ มาแสดงในวันที่ยื่นคำร้อง เอกสารประกอบคำร้องที่เป็นภาษาไทยจะต้องแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสทุกฉบับ
" ติดต่อแปลเอกสาร" แผนกวีซ่าขอสงวนสิทธิ์ที่จะขอหลักฐานอื่นๆประกอบการพิจารณาเป็นการเพิ่มเติมผู้ที่ประสงค์จะขอวีซ่าต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง

สถานทูตฝรั่งเศสมีสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาออกวีซ่าให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งแม้ว่าผู้นั้นจะได้ยื่นหลักฐานครบแล้วก็ตาม สถานทูตฝรั่งเศสจะปฎิเสธวีซ่าเป็นการถาวรหากพบว่ามีการใช้เอกสารปลอมในการยื่นคำร้อง เอกสารและหลักฐานต่างๆที่ต้องแนบพร้อมคำร้อง

  • คำร้องขอวีซ่าระยะสั้น 1 ชุด
  • รูปถ่ายปัจจุบันของผู้ยื่นคำร้อง 2 รูป ขนาด 3.5 x 4.5 ซ.ม. บนพื้นขาว
  • หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้การเกินกว่า 6 เดือน
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • หลักฐานการทำงานของผู้ยื่นคำร้อง หนังสือรับรองการทำงานที่ระบุชื่อและที่อยู่ของนายจ้าง หรือหลักฐานการจดทะเบียนการค้า ในกรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ
  • หลักฐานการเงินของผู้ยื่นคำร้องหนังสือรับรองจากธนาคารสมุดบัญชีเงินฝาก บัตรเครดิต ฯลฯ
  • หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินที่ระบุวันเดินทางไป-กลับเส้นทางการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศเช็งเก็น
  • หนังสือรับรองที่พักในประเทศฝรั่งเศสเช่นหลักฐานการจองโรงแรม ทะเบียนบ้านในประเทศฝรั่งเศสหรือสัญญาการเช่าที่พัก
  • ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า 35 ยูโร หรือ 1,651 บาท

หลังจากที่แผนกวีซ่ารับคำร้องของท่านแล้ว ท่านจะต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศฝรั่งเศสที่ระบุวันเดินทางที่แน่นอนแล้ว (แต่กรณี)
  • กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ระบุว่าท่านจะได้รับความคุ้มครองในกรณีที่เจ็บป่วยขณะอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ตลอดจนได้รับความคุ้มครองในกรณีที่ต้องนำส่งกลับประเทศไทย วงเงินประกัน 30,000 ยูโร

หมายเหตุ

ผู้เดินทางจะต้องมีต้นฉบับหลักฐานสำคัญประกอบการขอวีซ่าติดตัว และพร้อมที่จะแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของฝรั่งเศส ในกรณีที่มีการร้องขอ มิฉะนั้นท่านอาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ

  • ติดต่อ แผนกวีซ่า 29 สาทรใต้ กรุงเทพฯ 10120
  • โทร 02 627 2150 โทรสาร 02 627 2155
  • อีเมล์ visas@ambafrance-th.org
  • เว็บไซท์ : http://ambafrance-th.org/th/article.php3?id_article=514
  • เวลาทำการ จันทร์ - พฤหัส 8.00 - 17.00 วันศุกร์ 8.00 - 16.00
  • เวลาที่ให้บุคคลภายนอกเข้าติดต่อ 8.30 - 12.00 น.(ช่วงบ่ายสำหรับนัดสัมภาษณ์วีซ่าระยะยาวเท่านั้น)

 


การจองตั๋วเครื่องบิน

ในครั้งแรกที่มดเริ่มทริป มดเป็นผู้จัดการตั๋วเครื่องบินให้ โดยให้สมาชิกทริปทุกท่าน บินมาพร้อมกัน สายการบินเดียวกัน ซึ่งต่อมาได้เกิดปัญหาหลายอย่าง เพราะบ้างไม่ต้องการบินสายการบินนี้ บ้างได้ลดราคาสายการบินอื่น บ้างสะสมไมล์ของสายการบินอื่น บ้างได้บินฟรีสายการบินอื่น เป็นต้นค่ะ

มดจึงตัดปัญหาให้สมาชิกหาตั๋วเครื่องบินเอง โดยพาตัวเองมาให้ถึงสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่กำหนด มดก็จะไปรับได้ค่ะ ซึ่งปกติหากมีคนถามว่า สายการบินไหนดี และถูก มดก็แนะนำสายการบิน เอมิเรทส์ ซึ่งดีและถูกค่ะ แต่อาจจะต่อเครื่องนานหน่อย อย่างไรก็ดี ยังมีสายการบินอื่น ๆ อีกค่ะที่ให้บริการ บินจากกรุงเทพ มาซูริค ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปรแอร์ไลน์ / กัลฟ์แอร์ / การ์ต้าร์แอร์ / ไชน่าแอร์ ฯลฯ แต่ถ้าเป็นบินตรง จะมีอยู่ 2 สายคือ การบินไทย และ สวิสแอร์ค่ะ ยังไงลองเช็คกับทางเอเย่นขายตั๋วดูอีกทีนะคะ

การจองตั๋วนั้น ให้ดูจากระยะเวลาของทริปนะคะ เช่นถ้าคุณต้องการมาทริป 7-14 เมษา ก็แจ้งผู้ขายตั๋วว่า ต้องการตั๋วที่เดินทางมาถึงซูริควันที 7 เมษา และเดินทางกลับจากซูริควันที่ 14 เมษาค่ะ ราคาตั๋วตอนนี้น่าจะอยู่ที่ 32000 - 35000 สำหรับเอมิเรทส์ค่ะ คาดว่าอาจจะขึ้นอีกนิดหน่อย เพราะได้ข่าวว่า ทางสนามบินสุวรรณภูมิจะบวกค่าภาษีสนามบินเข้าไว้ในราคาตั๋ว (ซะที) นะคะ

 


แลกเงินไปเท่าไหร่ดี???

ถ้ากลัวว่า แลกเงินสดมาเยอะอาจจะไม่ปลอดภัย มดก็ขอแนะนำให้แลกเพียงจำนวนไม่มาก แค่พอสำหรับอาหารกลางวัน อาหารเย็น และอาจจะพอไปถึงของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือกลับบ้าน

  • ทริปสวิตเซอร์แลนด์ อาจจะแลกมาซักประมาณ 200 ฟรังซ์
  • ทริปสวิส+ปารีส แนะนำให้แลกมา 100 ฟรังซ์ + 100 ยูโร

และถ้าต้องการความปลอดภัย ก็สามารถเบิกเงินสดจากตู้ A.T.M. ด้วยบัตร A.T.M.จากธนาคารของประเทศไทย ซึ่งบัตรนั้นจะต้องเป็นบัตรที่สามารถเบิกเงินในต่างประเทศได้ ยกตัวอย่างเช่น บัตรท่องโลกของธ.กสิกร / บัตร B-First ของธ.กรุงเทพ เป็นต้น ค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินแต่ละครั้งไม่สูงมาก ซึ่งควรสอบถามธนาคารที่คุณฝากเงินอยู่ (ธนาคารกสิกรคิดค่าธรรมเนียม 100 บาทต่อครั้งในการเบิกเงิน) ให้พลิกหลังบัตร A.T.M. คุณจะเห็นสัญลักษณ์ 'PLUS' ซึ่งถ้าที่ตู้ A.T.M ในประเทศสวิสหรือปารีส โชว์สัญลักษณ์นี้เช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่าคุณสามารถเบิกเงินสดสกุล สวิสฟรังซ์หรือยูโร ที่ตู้นั้นได้ค่ะ

 

 

เรื่องที่มักจะมีคำถามเข้ามาบ่อย ๆ ก็คือ ฤดูกาล

เพื่อที่จะได้เตรียมเสื้อผ้าไปได้ถูก หลายคนเข้าใจผิดว่า ถ้าไปในช่วงฤดูหนาวจะจัดกระเป๋ายาก และจะต้องขนเสื้อผ้ามาเยอะ เนื่องจากอากาศเย็นมาก ต้องใช้เสื้อผ้าหนา ๆ เยอะ แต่ที่จริงแล้ว ฤดูหนาวเป็นฤดูที่จัดกระเป๋าง่ายที่สุด และไม่ต้องแบกเสื้อผ้ามาเยอะด้วยค่ะ ความเป็นจริงแล้วในความหนาวเย็นนั้น ข้อดีคือ ไม่มีเหงื่อ ทำให้ใส่เสื้อผ้าซ้ำกัน สลับผลัดเปลี่ยนกันได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องขนมาเยอะไงคะ ยัง ๆ เราก็ใส่เสื้อแจ็คเก็ตตัวหนาทับอยู่ดี

มดจะลอง List รายการจำเป็นทั่ว ๆ ไปที่ควรจะเตรียมมานะคะ ข้อสำคัญเวลาจัดกระเป๋าก็คือ ถามตัวเองก่อนว่า ของที่เราจะเอาไปนั้น จำเป็นแค่ไหนนะคะ

  • กระเป๋าสำหรับการเดินทางรายวัน แบบที่เค้าเรียกว่า Daypack นะคะ จะเป็นเป้ หรือกระเป๋าสะพายก็ได้ เอาไว้เก็บหนังสือเดินทาง ตั๋ว สมุดบันทึก กล้อง อาหาร+น้ำ
  • เสื้อผ้าจัดตามฤดูค่ะ
    • ฤดูใบไม้ผลิ เมษายน - มิถุนายน เตรียมแจ็คเก็ตที่ไม่หนาไม่บางจนเกินไป และเสื้อผ้าสบาย ๆ ที่สามารถสวมทับกันได้ ในกรณีอากาศเย็นขึ้นมากระทันหัน
    • ฤดูร้อน กรกฎาคม - กันยายน เตรียมเสื้อผ้าเหมือนที่ใส่เที่ยวเมืองไทยได้เลยค่ะ เพราะอากาศร้อนคล้าย ๆ บ้านเรา แต่ควรเช็คสภาพอากาศล่วงหน้า เพราะในบางครั้งอากาศก็แปรปรวน จนทำให้ฤดูร้อนกลายเป็นน้อง ๆ ฤดูหนาวได้ ควรเตรียมแจ็คเก็ตบาง ๆ กันลมกันฝน ไปด้วยนะคะ
    • ฤดูใบไม้ร่วง ตุลาคม - พฤศจิกายน เตรียมตัวเหมือนฤดูใบไม้ผลิ แต่ควรเผื่อเสื้อผ้าอุ่น ๆ ไปด้วยสัก 2-3 ตัวค่ะ
    • ฤดูหนาว ธันวาคม - มีนาคม ควรมีเสื้อแจ็คเก็ตตัวหนา ๆ สัก 1 ตัว และเสื้อไหมพรม หรือเสื้อผ้าอุ่น ๆ ไม่ต้องนำไปเยอะ เพราะใส่ซ้ำได้ ใส่ทับกันได้ และควรมีลองจอน หรือกางเกงผ้าค็อตท่อนรัดรูปเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ขาทั้งสองข้างด้วยค่ะ หมวกไหมพรมที่ดึงปิดหูได้จะดีมาก ๆ หรือจะเป็นผ้าพันคอก็ได้ค่ะ ถุงมือก็คืออีกสิ่งที่ไม่ควรลืมนะคะ
    • ทุกฤดูควรเตรียม แว่นกันแดด / ครีมกันแดด / ร่ม / ถุงมือ (ในกรณีขึ้นไปเที่ยวบนเขาที่มีหิมะ)
  • สมุดบันทึก / ปากกา / ถ้าไม่อยากเสียค่า Postcard เตรียมมาด้วยก็ได้ค่ะ
  • กล้องถ่ายรูป , ถ้าเป็นแบบดิจิตอล ให้เตรียมสาย USB สำหรับต่อเข้าคอมมาด้วย เพราะมดมีเครื่องคอมไว้บริการค่ะ จะได้ถ่ายรูปแบบไม่ต้องยั้ง ถ่ายเสร็จก็โหลดเข้าคอม อ้อ .. เตรียมแผ่น CD มาสำหรับ Write ลงแผ่นกลับบ้านด้วยนะคะ
  • ปลั๊กไฟจากบ้านเรา ใช้ได้นะคะแต่ต้องเป็นแบบขากลมเท่านั้น
  • ยารักษาโรคประจำตัว ยาดม ยาแก้ปวดเมื่อย ยาแก้ปวดหัว
  • ของใช้ส่วนตัวพวกสบู่ ยาสีฟัน ฯลฯ (ที่บ้านมดมีผ้าเช็ดตัวให้ค่ะ )
  • รองเท้าเป็นรองเท้าที่ใส่สบาย เพราะต้องเดินเยอะ เป็นรองเท้าผ้าใบก็ได้ หรือจะเตรียมมา 2 คู่ เป็นรองเท้าผ้าใบ 1 คู่ ลำลองอีก 1 คู่ (อย่าลืมถุงเท้านะคะ เตรียมมาพอดีวันเลยค่ะ) ไม่ควรเป็นรองเท้าใหม่ เพราะจะไม่คุ้นและอาจจะกัดได้ค่ะ
  • ใครที่ติดกาแฟ แต่ไม่อยากซื้อกิน เตรียมขวดที่เก็บความร้อนมาด้วยก็ได้ค่ะ จะได้พกติดตัวมีกาแฟกินตลอดทาง
  • นาฬิกาข้อมือ สำคัญนะคะ เพราะมีบางช่วงที่อาจจะแยกย้ายกันชมเมือง แล้วต้องนัดเวลากัน หากพลาดอาจตกรถไฟได้ค่ะ
  • ขวดน้ำเปล่าจากเมืองไทย คือที่สวิสเราสามารถหาน้ำเติมจากก๊อกน้ำสาธารณะได้ทั่วไปค่ะ ประหยัดเรื่องน้ำไปได้เรื่องนึงเลยนะคะ

 


ขอสงวนสิทธิ์ข้อความทั้งหมดภายในเว็บไซค์นี้ค่ะ Copyright by http://www.modtrip.com